Study in Japan P.4
posted on 26 Dec 2008 17:09 by kiddewต่อกันด้วย ภาค 4 หรือวันที่ 4 ของการได้ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นของดิวกาน ภาคนี้รูปน้อยหน่อย เพราะไม่ค่อยมีอะไร แต่ก็เพราะมีความสุขจนลืมถ่ายด้วยแหละ ดิวมันพวกเอื่อยเฉื่อยชมชอบเหม่อเลยถ่ายมาน้อยวันนี้ - -"
4 ตุลาคม 2550
วันนี้ตื่นเพราะOkasanมาปลุกจริงๆ เริ่มจะชินกับเวลาขึ้นมาบ้าง เลยทำให้เริ่มจะนอนตื่นไม่เช้าแบบตอนอยู่ไทย - -" อาหารเช้าวันนี้ คือแกงกะหรี่ของเมื่อคืน แต่รู้มั้ยว่าแกงกะหรีน่ะ ถ้าต้มค้างคืนไว้จะอร่อยมากๆ ดิวก็กินซะเรียบ แต่กิ่งท้องไส้ไม่ค่อยดีเลยกินอาหารได้น้อย อาจจะเป็นเพราะไม่ชินกับอาหารที่นี้ด้วย (ดิวไม่เคยเป็นเลย กินได้ทุกอย่างยกเว้นของเผ็ด ถึงได้ตัวขนาดนั้นไง - -")
ออกมาหน้าบ้านก็หนาวอีกแล้ว แล้ววันนี้ดิวใส่ชุดนักเรียน ลมหนาวๆที่พัดพาเข้าไปในกระโปรงทำเอาสะท้านจนแข็งไปเหมือนกัน = = Okasanเด็ดมะเขือเทศให้กินสดๆเลย แต่คือดิวกับกิ่งไม่กินมะเขือเทศกัน ดิวก็เลยฝืนๆกินจนหมด ก็อร่อยดี สดแล้วก็หวานกว่าของบ้านเราเยอะ แต่ถึงไงก็ยังไม่ชอบอ่านะ = = กิ่งเองก็กินไม่ไหว ถามดิวว่าจะทำไงดี สุดท้ายเลยบอกOkasanไปว่า กินไม่ได้ กินไม่เป็น ก็ให้Okasanกินให้แทน
ก่อนไปโรงเรียนวันนี้Okasanให้ถ่ายรูปกันตรงหน้าบ้าน แบบว่าเรียกมาถ่ายกระทั่ง คุณทวด ที่อยู่บ้านข้างในให้มาถ่ายรูปด้วยกัน ดูท่านยังแข็งแรงมากๆ คนญี่ปุ่นเนี้ยนะ คนที่บอกว่า เป็นตาเป็นยายเนี้ยยังดูสาวยังดูหนุ่มกว่า ตายาย เราจริงๆเลย แต่คนญี่ปุ่นที่เป็นทวดแล้วเนี้ย กลับดูเหมือนตากับยายเราเลย - -" สุดยอดอายุยืนจริงๆ
เรียงจากซ้าย ดิว กิ่ง Hayato แล้วเจ้าตัวเล็กๆคือ Nonchan
ซ้ายไปขวาตามเดิม
หลังสุด Ojisan ดิว
กลาง Obasan คุณทวด กิ่ง Okasan
หน้าสุด Nonchan อีกเหมือนเดิม 555+
ไปถึงโรงเรียนวันนี้ ก็เริ่มต้นคาบด้วยวิชาภาษาอังกฤษ เออ! ลืมเล่าไปว่า เด็กที่นี้ ถ้าออดดังจะเข้ามานั่งกันในห้องเรียบร้อย แล้วถ้าอาจารย์ไม่มาจะทำ Home room กันเอง ก็คือเช็คชื่อคนขาด บอกหน้าที่ของเวรวันนี้ แบ่งหน้าที่กันได้ดีมากๆ
มาต่อกันที่ภาษาอังกฤษต่อ คนญี่ปุ่นเรียนกันง่ายมากๆ พวกเราเริ่มเรียนภาษาอังกฤษกันจริงจังตั้งแต่ประถม แต่ดูคนญี่ปุ่นจะเพิ่งมาจริงจังกันตอนม. 1 ได้ วิธีการเรียนก็จะง่ายๆ เช่นอ่านบทสนทนา ร้องเพลงภาษาอังกฤษ ดูวีดีโอแล้วก็พูดตาม วันนี้ดิวมีโอกาสได้ลองสอบภาษาอังกฤษดูด้วย เป็นประโยคภาษาญี่ปุ่นมา แล้วให้เราเติมภาษาอังกฤษ ตอบได้ไม่หมดอะ เพราะบางอันก็ไม่แน่ใจเพราะมันก็เขียนได้หลายแบบ
เรียนภาษาอังกฤษเสร็จ พวกเราก็ถูกพาลงมาข้างล่างเพื่อมารอรองอาจารย์ใหญ่ แล้วอาจารย์ใหญ่ก็แจกน้ำคนละขวด เพราะท่านจะพาเราเดินทางไกล(ไกลจริงๆถึงจะท่านจะบอกว่าใกล้ก็เหอะ - -")ไปดูนักกีฬาวิ่งมาราธอนจากโรงเรียนต่างๆวิ่งรอบเมือง! พวกเราได้ยินก็ตกใจ เอ้ย เมืองตั้งกว้างแล้วให้เด็กมาวิ่งรอบเมืองเนี้ยนะ =[]=!! แต่เชื่อมั้ยว่า นักกีฬาวิ่งกันแคชั่วโมงกว่าๆก็รอบเมืองแล้ว พวกเราก็ตกใจกันอีกรอบ =[]=!! สุดยอดจริงๆ โรงเรียนของพวกดิว เข้าเป็นอันดับ 7 กับเท่าไหร่ไม่รู้ ส่งวิ่งไปสองคน จริงๆตอนแรก รองอาจารย์ใหญ่ จะให้พวกเราวิ่งตามพวกนักกีฬาไป แต่ขอโทษจริงๆคะ คือสังขารมันไม่ให้ อายุไม่เท่าไหร่ก็จริง แต่ให้ไปวิ่งเป็นกิโลๆ ดิวไม่เอาอะ =_= อีกอย่างรองเท้านักเรียนกับชุดนักเรียนเนี้ยมันไม่สะดวกเอาซะเลย แล้วขากลับก็เดินกลับโรงเรียนเองอีก โคตรรเหนื่อย แต่ก็ยังมีแรงเหลือพอจะตะโกนร้องเพลงกลับโรงเรียนอีกนะ
ภาพของนักวิ่งมาราธอนที่วิ่งกันอย่างแข็งขัน
อันนี้หลังจากเดินมาโคตรไกล มาถึงที่ได้เลยขอนั่งก่อนเลย อากาศเย็นนะ แต่ก็มีแดด เลยไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่
กลับมา พวกดิวก็ต้องมาเรียนดนตรีกันต่อ ที่นี้วิชาดนตรีเค้าจะสอนให้ร้องประสานเสียง เด็กๆทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันดีมาก ดิวแปลกใจเด็กผู้ชายดี พอให้ร้องก็ร้อง ไม่มีเกี่ยง ไม่มีเล่นเหมือนที่เพื่อนๆดิวที่ไทยเป็นเลย อาจจะเพราะว่าใกล้แข่งร้องประสานเสียงของโรงเรียนแล้ว ทุกคนเลยตั้งใจฝึกซ้อมกันมาก ก่อนเข้าเรียนตอนเช้า จะต้องซ้อมร้องเพลงทุกวัน แต่วิชานี้ ดิวทำแค่ทำดูเฉยๆ เพราะไม่รู้จะไปฝึกร้องด้วยยังไงอะ - -"
ก่อนที่อาจารย์จะมาถึง ทุกคนก็เตรียมตัวกันก่อน
หลังจากเรียนดนตรี ก็มากินข้าวกลางวันกันที่ห้อง ทุกอย่างก็ยังเป็นระเบียบเหมือนเดิม ข้าวกลางวันก็อร่อยใช่ได้นะ เค้าจะมีบอร์ดติดไว้เลยว่า อาทิตย์นี้จะมีกับข้าวอะไรบ้าง
หน้าตาของอาหารกลางวัน อร่อยดีนะ
ในช่วงบ่าย ทางโรงเรียนติดต่อช่างทำดารุมะประจำเมืองให้มาสอนพวกเราลองทำเจ้าดารุมะ กับ ตัวอะไรสักอย่างที่ไว้สำหรับไล่สิ่งชั่วร้าย ดารุมะ มันก็คือตุ๊กตาล้มลุกนั้นเอง แต่ละจังหวัด แต่ละเมืองก็จะวาดลายแตกต่างกันออกไป โชคดีที่ได้ลองทำเจ้าตัวนี้ เพราะจริงๆแล้วโอกาสทำยากมาก สำหรับตุ๊กตาดารุมะที่ทำเสร็จ จะเห็นได้ว่าพวกเราไม่ได้เขียนตาลงไป เหตุผลก็เพราะหากเราคิดจะเขียนตา เราจะต้องอธิฐานซะก่อน แล้วก็เขียนตาแค่ข้างเดียว หลังจากคำอธิฐานเป็นจริง จึงค่อยมาเขียนตาอีกข้าง อันนี้ก็เป็นความเชื่อที่เค้าเชื่อกันมา
พวกดิวเคร่งเครียดกับการทำตุ๊กตาดารุมะ
ผลงานของดิว จะเห็นได้ว่า ยังไม่ได้เขียนตาเลย ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เขียน
พอทำเสร็จ พวกเราทุกคนก็ถูกพามานั่งที่ห้องๆนึง เพื่อให้คณะกรรมการนักเรียนได้ทำการสัมภาษณ์พวกเรา พวกเราถูกถามคำถามหลายอย่าง แต่ด้วยลักษณะที่เป็นกันเอง ผลัดกันถามคนละคำถามระหว่างเด็กไทยกับญี่ปุ่น มีอยู่ข้อที่นักเรียนญี่ปุ่นถามเด็กไทยว่า "ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นเพราะอะไร" ดิวอะ ตอบด้วยความมั่นใจเลยว่า "เพราะชอบฟุจิโมโต้ มิกิคะ" ดูนักเรียนญี่ปุ่นก็งงๆนะ ว่าดิวรู้จักด้วยหรอ แต่ตรงนี้ดิวค่อนข้างภูมิใจมากที่จะตอบแบบนี้ตลอด ถ้าใครถามอ่านะ เพราะมันเป็นเหตุผลจริงๆ ถึงจะเริ่มมาจากการที่ชอบ Morning Musume แต่คนที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวให้ดิวชอบญี่ปุ่นต่อไปคือ มิกจัง ^^
แล้วก็จบการเรียนของวันนี้ พวกดิวก็นั่งรอในห้องให้ Okasanมารับ เย็นนั้นดิวลองไปเล่นอิเล็คโทนหลังห้อง ซึ่งจริงๆก็เล่นไม่เป็นอ่านะ เพื่อนในห้องก็มาถามว่าเล่นเป็นมั้ย ดิวก็บอกไปว่า ไม่เป็นหรอก เลยให้เพื่อนโชว์ให้ดู ก็เจอเรื่องประหลาดใจอีกว่า เด็กญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่แล้ว จะเล่นเปียโนเป็นหมด ถึงจะไม่เก่งก็เหอะ (ไม่เก่งนี้คือไม่ได้แชมป์นะ - -")
เย็นนี้ Okasan พาไปกินซูซิหมุน ถูกใจดิวอีกแล้ว กินไปทั้งหมด 9 ชาม แต่น้องกิ่งกินไม่ได้ แย่เลย - -" Hayatoกินไป 16 ชามได้มั้ง โคตรเยอะอะ แต่ก็นะ เด็กผู้ชายนี้นา ไอ้เราเองก็เกรงใจOkasanด้วยแหละ
บรรยากาศร้านซูซิจานหมุน จะมีจอให้กดว่าเราจะกินอะไร ไฮเทคมากๆ
ซากจานของดิว 5555555+ กินได้เรียบมากๆ
กินเสร็จวันนี้ก็ตรงกลับบ้านเลย เพราะเป็นคืนสุดท้ายที่จะได้นอนที่บ้านหลังนี้ พวกเราเก็บของไปก็บ่นบอกไม่อยากกลับไป ไม่อยากจากมากที่สุดก็คือ Okasan คุณแม่ใจดีมากๆจริงๆ ตอนเก็บของอยู่Okasanก็เดินมาหา ถามว่าเก็บของกันเรียบร้อยรึยัง พวกเราก็พยักหน้า แล้วมองOkasanแบบเศร้าๆ Okasanเองก็คงรู้แหละเลยไปปรินรูปที่่ถ่ายกับOkasanมาให้เก็บไว้แล้วก็ให้อีเมล์เรามา พร้อมกับบอกว่า เด๋วOkasanจะส่งหาทุกวันเลยนะ ถึงตรงนี้จะร้องไห้ ไม่อยากจากกันจริงๆอะ เวลามันน้อยเกินไป Okasanใจดีซะจนเราคิดว่าเค้าเป็นแม่แท้ๆ โดยที่Okasanเองก็บอกว่า เราเเป็นลูกสาวท่านแท้ๆเหมือนกัน แต่มีพบก็ต้องมีจากอะเนอะ คืนนั้นก็เข้านอนประมาณเกือบๆเที่ยงคืนได้ ของทุกอย่างก็จัดเก็บเรียบร้อยๆ พร้อมกับความทรงจำดีๆ กับครอบครัว Arai ที่จะติดตรึงอยู่ในใจดิวไปอีกนาน
ถึง ณ ตอนนี้ ดิวเองก็ยังติดต่อกับOkasanบ้าง ตอนที่พอมีเวลา เพราะต้องเขียนเมล์เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลยมันต้องใช้เวลา เนื่องจากเครื่องดิวพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ จึงต้องใช้วิธีก็อปทีละตัวจากในเว็ป T___T ลำบากอยู่
จากนี้ไป ดิวก็จะอยู่ที่ฟุคุชิมะอีก 3 วัน 2 คืน แล้วก็จะเข้าโตเกียวละ ยังมีเรื่องเล่าอีกเยอะ รออยู่ ไงๆก็ติดตามกันด้วยนะค้าบบบบ
edit @ 27 Dec 2008 12:22:37 by kiddew










เด๋วกลับมาแล้วจะอัพภาค 5 ให้ติดตามกันแน่นอนคับ
#1 By kiddew on 2008-12-28 23:08